_MG_0525-1

หลายคนคงสงสัยว่า เลเซอร์ช่วยให้สิวหายได้จริงหรือไม่ ต้องบอกก่อนว่า สิวจัดเป็นโรคเรื้อรัง ที่ประกอบด้วยหลาย ๆ ปัจจัย ทั้ง พันธุกรรม ฮอร์โมน เพศ การเจริญเติบโตของเซลล์ผิวหนังที่ผิดปกติ สัดส่วนของชนิดไขมันที่เปลี่ยนแปลงไปในชั้นผิวหนัง การอักเสบ การเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย ที่ชื่อว่า P.acne การรักษา ณ ปัจจุบัน จึงเป็นการรักษาเพื่อที่จะให้อาการของสิวนั้นสงบลง เพื่อลดการเกิด รอยแดง รอยดำ หรือหลุมสิวตามมา มากกว่าที่จะรักษาให้หายขาด เลเซอร์ก็เช่นกัน ปัจจุบันมีการนำเลเซอร์เข้ามาใช้ในการรักษาสิว มีอะไรบ้าง

1 กลุ่มเลเซอร์ที่ช่วยให้ต่อมไขมันทำงานลดลง พวกนี้เหมาะสำหรับคนเป็นสิวอักเสบ หรือแม้แต่สิวอุดตันก็อาจจะช่วยได้บ้าง มีผลทั้งในแง่การรักษา และการป้องกัน ช่วยลดการอักเสบ รวมถึงความมัน ที่สำคัญ ยังสามารถกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้ด้วย กลุ่มนี้ได้แก่ Smoothbeam และ Aramis Laser เป็นต้น

2 กลุ่มเลเซอร์ที่ลดรอยแดง หลังจากสิวหาย หรือแม้แต่สิวที่กำลังอักเสบอยู่ รอยแดงเกิดจาก เส้นเลือดในบริเวณที่อักเสบมีการขยายตัว และมีเส้นเลือดใหม่เพิ่มขึ้น ดังนั้นเลเซอร์ที่ใช้ในการรักษารอยแดง คือ V-beam หรือบางครั้งการนำ IPL ซึ่งเป็นแสงมาใช้ในการรักษารอยแดง ก็ได้ผลดีเช่นกัน

3 กลุ่มเลเซอร์ที่ลดรอยดำ หากการอักเสบเกิดขึ้นนาน หรือถูกแสงแดด รอยแดงก็จะเปลี่ยนเป็นรอยดำ การรักษาในตอนนี้ค่อนข้างยาก เนื่องจากรอยดำจะคงอยู่นาน เลเซอร์ในกลุ่มนี้ได้แก่ ND-YAG, Alexandrite และ IPL ก็ได้ผลดีเช่นกัน

4 การใช้ แสงในการรักษาสิว ปัจจุบันมีการใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า low level laser therapy มาใช้ในการรักษาสิว สำหรับสิวอักเสบ การรักษาจะใช้แสงสีฟ้า ซึ่งมีความสามารถในการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย P.acne ทำให้ลดการอักเสบของสิว ส่วนแสงสีแดง จะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และช่วยให้การสมานผิวดีขึ้น

5 กลุ่มเลเซอร์ที่ใช้ในการรักษาหลุมสิว กลุ่มนี้ได้แก่ Fraxel, E-matrix, Fine scan หรือ fractional CO2 เป็นต้น ซึ่งการเลือกใช้วิธีหรือเลเซอร์ตัวใดต้องปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านผิวหนังค่ะ

รักษาสิวด้วยแสง